ReadyPlanet.com


รายงานผลการบำบัดด้วยโอโซน ฉบับที่ 1


รายงานผลการบำบัดด้วยโอโซน
รายละเอียดผู้เข้ารับการบำบัด
ชื่อ พภ.ศิวโมกษ์ พรหมศิลา อายุ 40 ปี  ที่อยู่ วัดเขาอินทร์ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย โทร.0845414551
สาเหตุเข้ารับการบำบัดด้วยโรคไขมันพอกตับ คลอเลสเตอร์รอลสูง ความดันโลหิตสูง
เริ่มการบำบัดเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2555

ผลการตรวจเบื้องต้น
ความดันเลือด 177/73 อัตราการเต้นของหัวใจ 89 น้ำหนัก 119 กก.
ผลการตรวจเลือดเพื่อเป็นฐานข้อมูลเบื้องต้น  ได้ผลตามรูปที่ 1 และ 2
          
          

รูปที่ 1 และ 2
จากผลการตรวจเลือดมีสิ่งที่น่าสนใจคือ
1. BUN  =  23  สูงกว่าค่าปกติ
2. SGOT  =  51 สูงกว่าค่าปกติ
3. SGPT  =  74 สูงกว่าค่าปกติ
4. Cholesterol  =  241 สูงกว่าค่าปกติ
5. Triglyceride  =  120 ปกติ
6. Glucose  =  105 ปกติแต่ค่อนข้างสูง

ความรู้ที่น่าสนใจ  เพื่อประกอบการพิจารณา
เอนไซม์ตับที่สำคัญ SGOT & SGPT
     AST หรือ SGOT คือเอนไซม์ที่ประกอบด้วยโปรตีนที่ตับสร้างขึ้น มีค่าปกติอยู่ที่ตัวเลขไม่เกิน 40 mg/dl เอนไซม์ตัวนี้อาจหลั่งสูงกว่าปกติเมื่อตับทำงานผิดปกติอันเกิดจาก เครียดเรื้อรัง พักผ่อนไม่พอจนเกิดอาการอ่อนเพลีย ดื่มสุราจัด โรคโลหิตจางเรื้อรัง ไขมันจับตับ ไขมันและ/หรือน้ำตาลในเลือดสูงอย่างเรื้อรัง มะเร็งตับ โรคดีซ่าน และการใช้ยาบางชนิดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ เป็นต้น การแก้ไขก็คือลดพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจเกิดปัญหาดังกล่าวโดยเร็วแล้วค่า SGOT ก็จะปกติอย่างรวดเร็ว หรือปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาโรคเหล่านั้นให้หายขาดโดยเร็ว
     ALT หรือ SGPT คือเอนไซม์ที่ประกอบด้วยโปรตีนที่ตับสร้างขึ้น มีค่าปกติอยู่ที่ตัวเลขไม่เกิน 40 mg/dl เอนไซม์ตัวนี้อาจหลั่งสูงกว่าปกติเมื่อเกิดอาการผิดปกติขึ้นที่ ตับ หัวใจ ไต กล้ามเนื้อลาย ซึ่งทางการแพทย์สามารถใช้ค่า SGPT ติดตามผลทางพยาธิสภาพที่เปลี่ยนแปลงของอวัยวะเหล่านั้นได้
      Alkaline Phosphatate เป็นเอนไซม์ที่ประกอบด้วยโปรตีนที่ตับสร้างขึ้นเช่นเดียวกัน ค่าปกติอยู่ระหว่าง 38 - 126 เอนไซม์ตัวนี้พบได้ในเซลล์ทั่วไปในร่างกาย เมื่อไหร่ที่มีพยาธิสภาพผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกายเอนไซม์ตัวนี้จะมีค่าสูงได้
     เมื่อตับเกิดโรคมีการทำลาย หรือการอักเสบของเนื้อตับ จะทำให้มีการหลั่งเอนไซม์ SGOT, SGPT ออกมาสู่กระแสเลือดมากขึ้น ทำให้ตรวจพบมีระดับสูงขึ้นกว่าปกติ ซึ่งระดับเอนไซม์ SGOT, SGPT จะผิดปกติ ให้พบได้ไวมาก
     ทั้ง SGOT(AST) SGPT(ALT) และ ALK phos. คือ indicator ที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อใช้ติดตามการทำงานของอวัยวะต่างๆว่าทำงานได้ปกติดีหรือไม่ ควรจะตรวจค่าเหล่านี้ทุก 6 เดือนยิ่งอายุมากยิ่งควรตรวจให้บ่อย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นการตรวจที่มีความไวมาก จึงอาจพบผลผิดปกติได้เล็กน้อยบ้างในคนทั่วไป จึงควรมีการกรองผล ดังนี้
1. ค่า
SGOT, SGPT ที่สูงกว่าปกติ ไม่มากกว่า 1.5 เท่า อาจพบได้ในคนปกติ เพราะฉะนั้น ความผิดปกติเล็กน้อยในผู้ที่ไม่มีอาการ อาจไม่มีความสำคัญ
2. ค่า
SGOT, SGPT อาจจะสูงกว่าปกติในคนที่อ้วน เนื่องจากคนอ้วนมักจะมีไขมันเกาะที่ตับ ซึ่งพบว่าเมื่อน้ำหนักปกติ ค่า SGOT และ SGPT ก็จะปกติ
สำหรับโรคที่ทำให้ค่า
SGOT, SGPT สูง ได้แก่
• ตับอักเสบจากไวรัส
• ตับอักเสบจากการดื่มสุรา
• ตับอักเสบจากยา หรือสมุนไพร
• เนื้องอกในตับ
• ไขมันพอกตับ
BUN และ Creatinine หรือที่มักจะเขียนย่อๆ ว่า Bun, Cr 
      การแปลผลค่า BUN และ Creatinine นั้นค่อนข้างซับซ้อน ดังนั้นคนไข้ทั่วๆ ไปจะไม่ค่อยเข้าใจว่ามันคือค่าอะไร บางคนจึงเรียกติดปากด้วยเสียงอ่านแบบตรงตัวว่า ไปเจาะดูค่าบัน (BUN) มา ค่า BUN และ Cr คือค่าไต ถ้าค่าไตสูงกว่าปกติแสดงว่าไตไม่ดีซะงั้น จริงๆ แล้วค่า BUN สูงไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้นจะเป็นโรคไตเสมอไป แต่ยังมีสาเหตุอันหลากหลายที่อาจทำให้ค่า BUN ขึ้นได้ วงการแพทย์จึงต้องมีการคำนวณเพื่อจำแนกดูว่าคนป่วยน่าจะมีค่า BUN สูงเนื่องมาจากภาวะไตเสื่อมหรือไม่
BUN > 20 , Cr > 1.0 ในคนหนุ่มสาว, Cr > 1.5 ในคนสูงอายุ
ให้สงสัยว่าอาจมีปัญหาเรื่องไต ให้ใช้สูตรคำนวณดังนี้
สูตร BUN/Cr     ถ้ามากกว่า 10 : ปัญหาไม่น่าจะมาจากไต
                         ถ้าน้อยกว่า 10 : ปัญหาน่าจะมาจากไต
       ในภาวะปกติที่เรากินอาหารประเภทโปรตีน โปรตีนจะถูกย่อยสลายได้ของเสียสุดท้ายออกมาเป็นสารกลุ่มยูเรียและไนโตรเจนที่จะต้องถูกขับออกโดยการส่งไปตามกระแสเลือดไปที่ไต เพื่อให้ไตกรองของยูเรียออกมา ส่วนที่ยังกรองไม่หมดก็จะตกค้างอยู่ในกระแสเลือด เราจึงเรียกยูเรียและไนโตรเจนที่อยู่ในเลือดว่า
Blood Urea Nitrogen หรือตัวย่อก็คือ BUN นั่นเอง
     ส่วนค่า
Creatinine หรือ Cr นั้นเป็นโปรตีนกลุ่มพิเศษที่มีที่มาหลายที่ แต่ส่วนใหญ่มากจากอาหารและการย่อยสลายของกล้ามเนื้อ ซึ่งประมาณกันว่าคนทุกคนในภาวะปกติที่ไม่ได้ขาดสารอาหารหรือบาดเจ็บจะมีการสูญสลายของกล้ามเนื้อในอัตราคงที่ เช่นเดียวกัน Cr นั้นเองก็จะถูกขับออกมาทางไตเช่นกัน
      ในกรณีที่มีค่า
BUN เด่นผิดปกติ แต่ค่า Cr ไม่ค่อยขึ้นสูง สามารถอธิบายได้ดังนี้คือ ในบางกรณีที่มีการกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์และโปรตีนเข้าไปมาก ทำให้ไตไม่สามารถขับ BUN ออกมาได้ทัน กรณีเช่นนี้จะทำให้เกิดการคั่งของ BUN ในกระแสเลือด เมื่อเจาะเลือดจึงพบค่า BUN ที่สูงผิดปกติ แต่ทางตรงกันข้าม การย่อยสลายกล้ามเนื้อของคนคนนั้นยังคงเท่าเดิมอยู่ ประกอบกับไตของเราก็ยังคงสามารถขับ Cr ออกมากกับปัสสาวะได้เหมือนเดิม จึงไม่ทำให้ค่า Cr ปกติมากนัก ดังนั้นเมื่อเจาะเลือดดู จะพบว่าค่า Cr ยังคงปกติ เทียบสัดส่วนที่ BUN ปกติแล้วจึงมากกว่าค่า Cr มาก ถ้ามากพอเมื่อเอามาคำนวณกับสูตรก็จะได้ค่า BUN/Cr มากกว่า 10 ด้วยเหตุเช่นนี้นี่เอง 
     ยังมีอีก 2-3 สาเหตุที่ทำให้ค่า
BUN ขึ้นได้โดยที่ค่า Cr ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง เช่น อาการขาดน้ำ, การมีเลือดออกในทางเดินอาหาร เป็นต้น แต่สาเหตุส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้ เพราะไม่ได้มาจากเนื้อไตที่เสื่อมลง
      แต่ถ้าสาเหตุนั้นมาจากภาวะไตเสื่อมหรือไตวาย เปรียบง่ายๆ ก็คือหม้อกรองน้ำของเราเสียหรือไส้กรองอุดตัน ในกรณีเช่นนี้แม้ว่าเราจะกินโปรตีนในปริมาณปกติ แต่ร่างกายไม่สามารถขับ
BUN ออกไปได้เลย เมื่อเจาะเลือดดูก็จะพบว่าค่า BUN ก็จะขึ้นสูงได้เช่นกัน แต่เนื่องจากหม้อกรองของเราเสีย ดังนั้นก็จะไปมีผลทำให้ร่างกายไม่สามารถขับ Cr ที่ย่อยสลายออกมาจากกล้ามเนื้อออกไปได้ ในกรณีเช่นนี้ เมื่อเจาะเลือดดูก็จะพบว่าค่า Cr ก็จะสูงขึ้นด้วย เพราะเกิดการคั่งของ Cr ในกระแสเลือด เมื่อเอาไปคำนวณตามสูตร BUN/Cr ก็จะพบว่า BUN สูงขึ้นก็จริง แต่ด้วย Cr ที่สูงขึ้นด้วย จึงทำให้ผลการคำนวณมีค่าออกมาน้อยกว่า 10 นั่นเอง
      เมื่อทราบดังนี้แล้ว ใครที่เริ่มมีค่า
BUN ขึ้นสูง แล้วทราบว่า BUN/Cr ยังมากกว่า 10 อยู่ก็อาจจะสบายใจได้ว่าไตของเรายังพอไปไหว แต่ก็ต้องเริ่มลดๆ ปริมาณเนื้อสัตว์ที่กินในอาหารลงบ้างแล้ว เพราะถ้ายังขืนใช้ไตคุณทำงานหนักๆ ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวไตเสื่อมขึ้นมาจริงๆ แล้วมันจะยุ่ง


     เมื่อทำการบำบัดไปได้อีก 10 วันการตรวจเบื้องต้นได้ผลดังนี้
ความดันเลือด 153/78 อัตราการเต้นของหัวใจ 71 น้ำหนัก 111.5 กก.
ได้ทำการตรวจเลือดอีกครั้งเพื่อติดตามผลการบำบัดได้ผลดังรูปที่ 3
          

รูปที่ 3
จากผลการตรวจเลือดมีสิ่งที่น่าสนใจคือ
1. BUN  =  13  ปกติ
2. SGOT  =  56   สูงกว่าค่าปกติ
3. SGPT  =  58  สูงกว่าค่าปกติ
4. Cholesterol  =  237  สูงกว่าค่าปกติ
5. Triglyceride  =  57  ปกติ
6. Glucose  =  74  ปกติ

     เมื่อทำการบำบัดไปได้อีก 10 วัน การตรวจเบื้องต้นได้ผลดังนี้
ความดันเลือด 124/68 อัตราการเต้นของหัวใจ 67 น้ำหนัก 104.5 กก.
ได้ทำการตรวจเลือดอีกครั้งเพื่อติดตามผลการบำบัดได้ผลดังรูปที่ 4
          

รูปที่ 4
จากผลการตรวจเลือดมีสิ่งที่น่าสนใจคือ
1. BUN  =  13  ปกติ
2. SGOT  =  47   สูงกว่าค่าปกติ
3. SGPT  =  46  สูงกว่าค่าปกติ
4. Cholesterol  =  189  ปกติแต่ค่อนข้างสูง
5. Triglyceride  =  86  ปกติ
6. Glucose  =  78  ปกติ

     เมื่อทำการบำบัดไปได้อีก 10 วัน การตรวจเบื้องต้นได้ผลดังนี้

ความดันเลือด 153/81 อัตราการเต้นของหัวใจ 70 น้ำหนัก 100.5 กก.
ได้ทำการตรวจเลือดอีกครั้งเพื่อติดตามผลการบำบัดได้ผลดังรูปที่ 5
          
รูปที่ 5
จากผลการตรวจเลือดมีสิ่งที่น่าสนใจคือ

1. BUN  =  8  ปกติ
2. SGOT  =  40   ปกติแต่ค่อนข้างสูง
3. SGPT  =  37  ปกติแต่ค่อนข้างสูง
4. Cholesterol  =  153  ปกติ
5. Triglyceride  =  78  ปกติ
6. Glucose  =  84  ปกติ

     เมื่อทำการบำบัดไปได้อีก 10 วัน การตรวจเบื้องต้นได้ผลดังนี้

ความดันเลือด 114/69 อัตราการเต้นของหัวใจ 67 น้ำหนัก 97 กก.
ได้ทำการตรวจเลือดอีกครั้งเพื่อติดตามผลการบำบัดได้ผลดังรูปที่ 6
          

รูปที่ 6
จากผลการตรวจเลือดมีสิ่งที่น่าสนใจคือ

1. BUN  =  7  ปกติ
2. SGOT  =  31   ปกติ
3. SGPT  =  29  ปกติ
4. Cholesterol  =  124  ปกติ
5. Triglyceride  =  68  ปกติ
6. Glucose  =  63  ปกติ


     เมื่อทำการบำบัดไปได้อีก 10 วัน การตรวจเบื้องต้นได้ผลดังนี้

ความดันเลือด 128/68 อัตราการเต้นของหัวใจ 63 น้ำหนัก 98 กก.
ได้ทำการตรวจเลือดอีกครั้งเพื่อติดตามผลการบำบัดได้ผลดังรูปที่ 7
          

รูปที่ 7
จากผลการตรวจเลือดมีสิ่งที่น่าสนใจคือ

1. BUN  =  7  ปกติ
2. SGOT  =  36   ปกติ
3. SGPT  =  31  ปกติ
4. Cholesterol  =  153  ปกติ
5. Triglyceride  =  81  ปกติ
6. Glucose  =  88  ปกติ




ผู้ตั้งกระทู้ สงคราม :: วันที่ลงประกาศ 2012-06-28 13:04:18


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3337770)

 ตารางสรุปผล

ค่า

ค่าพื้นฐาน

ครั้งที่ 1

ครั้งที่ 2

ครั้งที่ 3

ครั้งที่ 4

ครั้งที่ 5

BUN

23

13

13

8

7

7

SGOT

51

56

47

40

31

36

SGPT

74

58

46

37

29

31

Cholesterol

241

237

189

153

124

153

Triglyceride

120

57

86

78

68

81

Glucose

105

74

78

84

63

88

ความดัน

177/73

153/78

124/68

153/81

114/69

128/68

น้ำหนัก

119

111.5

104.5

100.5

97

98

หมายเหตุ
1.การตรวจเลือดแต่ละครั้งมีระยะห่าง 10 วัน
2.สีแดงหมายถึงสูงกว่าค่าปกติ
3.สีส้มหมายถึงปกติแต่ค่อนข้างสูง
4.สีเขียวหมายถึงปกติ
5.น้ำหนัก
   10 วันแรกลดลง 7.5 กก.
   20 วันลดลง 14.5 กก.
   30 วันลดลง 18.5 กก.
   40 วัน น้ำหนักลดลง 22 กก.

6.การบำบัดนี้
   -ไม่มีการใช้ยาหรือสารเคมีใด ๆ เข้าร่วม
   -ไม่ได้อดอาหาร
   -ใช้ชีวิตประจำวันปกติ ไม่ได้ออกกำลังกายใด ๆ เป็นพิเศษ
7.อาการที่ผู้เข้ารับการบำบัดได้สังเกตเพิ่มเติมมีดังนี้
   - อาการนอนกรนหายไป ทั้งที่แต่ก่อนมีน้ำหนักเพียง 69 กก.ก็มีอาการนอนกรน
   - ความมันบนใบหน้าลดลง
   - หลับได้สนิท หลับลึก
   - ผิวแตกลาย หยาบ ลดลง
   - เหนื่อยช้า หายเหนื่อยได้เร็ว
   - อาการปวดเมื่อยล้าหายไป
   - หายใจได้โล่งกว่าปกติ
   - อาการชาตามปลายนิ้วมือหายไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-06-28 13:52:28



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.