ReadyPlanet.com


การติดเชื้อจากการรักษา


คุณเคยคิดไหมว่า การเข้าการรักษาโรค ในโรงพยาบาลหรือคลินิกต่าง ๆ มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากแค่ไหน
ขณะที่การติดเชื้อของแผลผ่าตัด เพิ่งเป็นประเด็นร้อนในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ ถือได้ว่าการติดเชื้อ  (แบคทีเรีย) ของแผลผ่าตัด เป็นภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดที่พบบ่อยมากอย่างหนึ่ง     ซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม
ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อที่ได้รับเชื้อจากโรงพยาบาล   มีมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ โรคมะเร็งเต้านม และผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์รวมกัน ในประเทศสหรัฐอเมริกามีการผ่าตัดมากกว่า 30 ล้านครั้งต่อปี และมีอุบัติการณ์ของการติดเชื้อของแผลผ่าตัดประมาณ 500,000 ครั้ง 
ดังนั้น การหาสาเหตุและลดภาวะความเสี่ยงจากการติดเชื้อที่แผลผ่าตัดจึงได้กลายเป็นประเด็นระดับประเทศ   ในสหรัฐอเมริกาเมื่อ 3 - 4 ปีที่ผ่านมา เห็นได้จาก การออกกฏหมายบังคับให้โรงพยาบาลในบางรัฐเปิดเผยอัตรา   การติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคในการเลือกโรงพยาบาลที่จะเข้าทำการรักษา รวมไปทั้งระบบประกันสังคมจะไม่จ่ายเงินชดเชยสำหรับค่ารักษาพยาบาลบางประเภทที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อในโรงพยาบาล ทำให้โรงพยาบาลต้องแบกรับภาระในส่วนนี้ ในโยบายเหล่านี้ส่งผลให้โรงพยาบาลในสหรัฐฯ   เร่งยกระดับมาตรฐานด้านการป้องกันการติดเชื้อตามมา
สำหรับปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อของผู้ป่วยระหว่างการผ่าตัดนั้น เกิดได้จาก 3 ปัจจัย คือ ปัจจัยที่เกิดจากตัวผู้ป่วยเอง เช่น อายุ โรคประจำตัว ระดับภูมิคุ้มกัน ภาวะโภชนาการ การสูบบุหรี่ เป็นต้น เทคนิคและวิธีการปฏิบัติตัวในห้องผ่าตัดของบุคลากรทางการแพทย์ และที่ไม่อาจมองข้ามคืออุปกรณ์ทางการแพทย์
 อย่างไรก็ตามปัจจัยภายนอกที่  เกิดจากตัวผู้ป่วยเองนั้นไม่สามารถควบคุมได้มากนัก แต่ปัจจัยภายในอย่างวิธีการปฏิบัติตัวในการผ่าตัด และวัสดุอุปกรณ์ในการผ่าตัดนั้น สามารถควบคุมเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ เช่น การกำหนดมาตรการควบคุม    อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หรือการเลือกใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าภาวะการติดเชื้อจะมาจากปัจจัยใด ต้นเหตุหลักที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ คือแบคทีเรีย (Bacteria)  ดังนั้น การป้องกันการเกิดและสะสมของเชื้อแบคทีเรียจึงเป็นวิธีการยับยั้งการติดเชื้อที่ต้นเหตุอย่างหนึ่ง ซึ่งย่อมดีกว่า   การรักษาอาการติดเชื้อในภายหลัง
 ปัจจุบันได้มีการพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องสัมผัสกับแผลโดยตรง เช่น ไหมละลายเคลือบด้วยไตรโคลซานที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียเพื่อช่วยลดภาวะความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าทางโรงพยาบาลจะเห็นความสำคัญของนวัตกรรมเหล่านี้ และเลือกนำมาใช้ให้เหมาะสมกับผู้ป่วยอย่างไร
อาจารย์นายแพทย์ วิทูร ชินสว่างวัฒนกุล รองหัวหน้าภาควิชาฝ่ายวิจัยและวิชาการ รพ.ศิริราช  กล่าวว่า โดยทั่วไป โรงพยาบาลทุกแห่งจะต้องศึกษาและเฝ้าระวังปัญหาการติดเชื้อของผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดอย่างใกล้ชิด
 นอกจาก  การกำหนดมาตรฐานที่ใส่ใจในทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดแล้ว วัสดุที่ใช้ในการผ่าตัดก็มีความสำคัญ ไม่เว้นแม้กระทั่งไหมเย็บแผลที่ต้องมีคุณสมบัติพิเศษ สามารถยับยั้งการสะสมเชื้อโรค เพราะไหมเพียงเส้นเดียวก็อาจกลายเป็นบ้านให้เชื้อแบคทีเรียมาเกาะสะสม และเมื่อแบคทีเรียเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ก็จะก่อให้เกิดภาวะการติดเชื้อได้
จากการศึกษาในประเทศไทยถึงผลกระทบที่ตามมาจากการติดเชื้อของแผลผ่าตัด พบผลกระทบทางตรงได้แก่ ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลนานขึ้นเฉลี่ย 12 วัน หรือการที่ต้องเข้ามารักษาซ้ำ และทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น
 ปัจจุบัน ผู้ป่วยทั่วโลกมีโอกาสติดเชื้อในโรงพยาบาล ร้อยละ 5 – 10 โดยในประเทศไทยแต่ละปีมีผู้ป่วยที่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลราว  4 ล้านคน ในจำนวนนี้จะมีผู้ป่วยโรคติดเชื้ออย่างน้อย 300,000 ราย โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้    มีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 5.9 ของทั้งหมด หรือคิดเป็น 1.8 หมื่น รายต่อปี
ที่ผ่านมาพบว่าการติดเชื้อที่เกิดจาก   แผลผ่าตัดอย่างเดียวทำให้ประเทศต้องสูญเสียงบประมาณไปเป็นจำนวนกว่า 1,600-2,400 ล้านบาทต่อปีในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยเหล่านี้
นอกจากนี้การศึกษาในสหรัฐฯ ยังพบว่าการติดเชื้อของแผลผ่าตัดทำให้อัตราการตายเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ส่วนผลกระทบทางอ้อมคือ การสูญเสียรายได้เนื่องจากผู้ป่วยต้องลาหยุดพักงาน และการที่ผู้ป่วย  ไม่พอใจกับผลการรักษาก็อาจนำไปสู่การฟ้องร้อง ซึ่งมักพบเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังรวมถึงภาวะด้านจิตใจของผู้ป่วยและญาติซึ่งไม่อาจประเมินค่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบางรายที่อาจถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ พิการ ตาบอด หรือเสียชีวิต
ดังนั้น ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล รวมถึงการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด ควรหันมา   ให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงการติดเชื้อจากโรงพยาบาล ด้วยการเพิ่มมาตรการให้เข้มงวดยิ่งขึ้น และไม่ละเลยการนำนวัตกรรมที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวมาใช้กับผู้ป่วยอย่างเหมาะสม หากเราไม่ต้องการเห็น       ความสูญเสียทั้งทางตรงและทางอ้อมที่กล่าวมาข้างต้นเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
 



ผู้ตั้งกระทู้ สงคราม :: วันที่ลงประกาศ 2011-07-19 11:21:36


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.